	<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>Thailand Youth for Christ(YFC) ชุมชนคริสเตียนออนไลน์ บริการสื่อคริสเตียนและเพลงคริสเตียนออนไลน์</title>
<link>http://www.thailandyfc.net</link>
<description>YFC News</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>แสงไฟในเศษฟืน (2)</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=361</link>
<description></description>
</item>

<item>
<title>หัวข้ออธิษฐาน YC 2009</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=360</link>
<description><p>
<font size="4">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </font><font size="5" color="#cc33ff">3 - 6 เมษายน 2009</font> <img src="uploads/Image/Pary YC 09/master-0.0.jpg" alt=" " width="395" height="180">
</p>
</description>
</item>

<item>
<title>ความเหงาที่ไม่มีใครเข้าใจ</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=358</link>
<description><font size="4">&ldquo;เหงา</font><font size="4">&rdquo;</font> เกิดขึ้นเมื่อ <font size="4">&ldquo;อยู่คนเดียว</font><font size="4">&rdquo;</font>&nbsp; ความร้ายแรงของความเหงาถึงขั้นสามารถเอาชีวิตของเราได้ <br>
เช้าวันหนึ่งฉันตื่นมาพร้อมกับความเงียบสงบ เพราะไม่มีเสียงรายการเรื่องเล่าข่าว ซึ่งทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกให้ฉันเกือบทุกวัน เมื่อก้มลงไปดูที่นอนของน้องชายพบว่าผ้าห่มและหมอนถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยราวกับว่าไม่มีร่องรอยของการนอน 
</description>
</item>

<item>
<title>ฉันทำชีวิตหาย</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=357</link>
<description><p>
เขาทำชีวิตหายไปบางส่วนเพราะลืมทำ ลืมคิด&nbsp; หรือคิดไม่ถึง&nbsp; จึงทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ 
</p>
<p>
เพราะขาดสมดุลจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ&nbsp; เหล่านี้&nbsp; สิ่งเหล่านี้ได้แก่ 
</p>
</description>
</item>

<item>
<title>เรื่องของสามีคนหนึ่ง</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=356</link>
<description><font size="4">มีชายคนหนึ่งกำลังเหนื่อยใจในการทำงานนอกบ้าน ขณะที่ภรรยาของเขาอยู่แต่ในบ้าน<br>
<br>
เขาต้องการให้ภรรยารับทราบถึงความทุกข์ยาก ดังนั้นเขาจึงอธิษฐานกับพระเจ้าว่า &ldquo;พระองค์เจ้าข้า&nbsp; ข้าพระองค์ต้องออกไปทำงานทุก ๆ วัน ทำงานวันละ 8 ขั่วโมง ในขณะที่ภรรยาของลูกอยู่แต่ที่บ้าน ข้าพระองค์อยากให้ภรรยาลูกรู้ว่าข้าพระองค์เหน็ดเหนื่อยเพียงใด โอ้พระเจ้าข้า ขอพระองค์ช่วยสลับร่างข้าพระองค์กับภรรยาของลูกด้วย สัก 1 วัน &nbsp;&nbsp;อาเมน </font><em><br>
</em><br>
<font size="4">&nbsp;พระเจ้าผู้ทรงกอปรด้วยสติปัญญา พระองค์ทรงประทานให้ตามใจปราถนาของชายนั้น เช้าวันต่อมา เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นตอนเช้า แน่นอนหละ! ชายนั้นได้สลับร่างกับภรรยาแล้วเป็นผู้หญิง เขาตื่นมาก็เข้าไปทำครัว ปลุกลูก ๆ ให้ตื่นนอน จัดชุดนักเรียน ป้อนอาหารเช้าให้ลูก เตรียมอาหารเที่ยงใส่กล่อง <br>
<br>
พาไปส่งที่โรงเรียน รีบกลับมานำผ้าไปซักแห้งที่ร้าน ระหว่างทางแวะไปที่ธนาคารเพื่อเอาเงินไปฝาก ต่อด้วยไปร้านชำเพื่อซื้อของ กลับมาถึงบ้านจัดแจงเอาของเก็บในตู้ จ่ายค่าบิลต่าง ๆ ชายนั้นยังทำความสะอาดกรงเลี้ยงแมว อาบน้ำให้สุนัข จากนั้นก็เป็นเวลาเกือบจะบ่ายโมงแล้ว กลับไปจัดเตียงที่ห้อง เอาผ้าใส่เครื่องซักผ้า ดูดฝุ่น ทำความสะอาด ปัดกวาด และถูพื้นห้องครัว<br>
รีบไปที่โรงเรียนเพื่อรับเด็ก ๆ กลับบ้านมิหนำซ้ำยังทะเลาะกับเด็ก ๆ ขณะเดินทางกลับ เตรียมอาหารว่าง นม คุ๊กกี้ และ เร่งให้เด็ก ๆ ทำการบ้าน จากนั้น ก็กางที่รีดผ้าและดูทีวีไปพรอ้ม ๆ กับรีดผ้า เป็นเวลา 4 โมงเย็นแล้ว เขาก็เริ่มเตรียมอาหารเย็น ปลอกเปลือกมันฝรั่ง ล้างผัก เพื่อทำสลัด หั่นเนื้อ ปลอกเปลือกถั่วเพื่อทำของว่างรอบดึก <br>
<br>
หลังอาหารเย็น ทำความสะอาดห้องครัว ล้างจาน พับผ้า อาบน้ำให้เด็ก ๆ และ เอาเด็ก ๆ เข้านอนเป็นเวลา 3 ทุ่มแล้ว ขณะที่งานบ้านตั้งหลายอย่างยังไม่เสร็จ เขาก็เหน็ดเหนื่อยแล้ว &nbsp;สุดท้ายต้องไปพักผ่อนที่ห้องนอน พร้อมกับภรรยาที่สลับล่าง ทั้งคู่อยู่นอนด้วยกันโดยไม่มีการบ่น &nbsp;<br>
<br>
เช้าวันต่อมา เขารีบตื่นและคุกเขาลงที่เตียง อธิษฐานกับพระเจ้าว่า &ldquo;พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าข้าพระองค์คิดแบบเมื่อวานไปได้ยังงัย ข้าพระองค์ผิดไปแล้วที่อิจฉาชีวิตภรรยาเมื่อเธออยู่บ้าน โอ้ พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์เถิด ให้ข้าพระองค์กลับมาเป็นแบบเดิม อาเมน&rdquo; <br>
<br>
<br>
พระเจ้าผู้ทรงกอปรด้วยสติปัญญา พระองค์ตรัสว่า &ldquo; ลูกรักเอ๋ย เรารู้ว่าเจ้าได้บทเรียนแล้ว และเราก็ยินดีที่จะสลับร่างคืนให้เจ้า แต่เจ้าต้องรออีก 9 เดือน<br>
&nbsp;<br>
ชายนั้นถามว่า &ldquo;เพราะอะไร พระองค์เจ้าข้า&rdquo;<br>
&nbsp;<br>
<br>
&nbsp;&ldquo;เพราะว่า เจ้าตั้งท้องแล้วเมื่อคืนนี้&rdquo; <br>
<br>
This has been voted Women&#39;s Favourite E-mail of the Year! <br>
<br>
<br>
</font>&nbsp; 
</description>
</item>

<item>
<title>ควรดื่มน้ำวันละเท่าไร?</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=355</link>
<description><p>
<strong>บทความเกี่ยวกับน้ำ<br>
<br>
</strong>ผมดื่มน้ำเยอะนะหมอทำไมยังป่วยอีก<br>
&ldquo;ดื่มน้ำมากๆดีไหมหมอ&rdquo; คุณสมชายถามผมด้วยความสงสัย<br>
&ldquo;แล้วคุณดื่มแค่ไหนล่ะ ที่ว่ามากน่ะ&rdquo; ผมถามกลับ<br>
&ldquo;ก็วันละเกือบ 3 ลิตร หิวน้ำขึ้นมาก็ดื่ม ครั้งละ 1-2 แก้วแล้วแต่ว่าจะหิวแค่ไหน ตอนกิน<br>
ข้าวผมจะดื่มน้ำมาก เพราะอยากลดความอ้วนก็เลยดื่มน้ำมากๆจะได้อิ่ม ไม่ต้องกิน<br>
อาหารมากๆอย่างนี้ผมทำถูกต้องไหมหมอ&rdquo; คุณสมชายบรรยายให้ผมฟังถึงพฤติกรรม<br>
การดื่มน้ำ<br>
&ldquo;แล้วรู้สึกอึดอัด แน่นท้องบ้างไหม กระหายน้ำมากไหมดื่มน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา&rdquo; ผม<br>
ซักถามคุณสมชายต่อ..<br>
&ldquo;ผมดื่มน้ำเย็นจากตู้เย็นหรือถ้าไปกินอาหารข้างนอก ก็จะดื่มน้ำใส่น้ำแข็งเย็นๆ เพราะ<br>
มันชื่นใจดีดับร้อน ดับกระหายได้ดี น้ำธรรมดามันไม่ชื่นใจ ดื่มแล้วคอมันร้อนๆ&rdquo; คุณสมชายบอกผม<br>
<br>
คนส่วนใหญ่รู้ดีกันอยู่แล้วว่าดื่มน้ำมากๆแล้วดีผู้ที่รักสุขภาพก็พยายามดื่มน้ำกัน บางตำรา<br>
บอกว่าตื่นตอนเช้าให้ดื่มน้ำมากๆ ดื่มเป็นลิตรเลยยิ่งดี ถ้าดื่มก่อนแปรงฟันได้ ก็ยิ่งดีใหญ่<br>
แต่หลายท่านยิ่งดื่มน้ำมากกลับยิ่งป่วยที่ตั้งใจว่าจะดื่มน้ำเยอะๆลดความอ้วน ความอ้วน<br>
ก็ไม่ลดลง กลับอ้วนขึ้นๆแถมยังท้องผูกถ่ายไม่ออกเสียอีก หลายท่านต่างงุนงงสงสัย<br>
ไหนบอกว่าดื่มน้ำมากๆแล้วดี ความอ้วนก็ไม่ลด ถ่ายก็ไม่ออกแถมบางคนยังมีอาการตัว<br>
ร้อนเป็นไฟอีก เหงื่อออกมากกว่าคนอื่นทำอะไรนิดหน่อยก็เหงื่อออกเต็มหน้าเต็มหลัง<br>
เช็ดเหงื่อกันทั้งวันผ้าเช็ดหน้าไม่พอ ต้องใช้ผ้าเช็ดตัวถึงจะพอ<br>
<br>
น้ำนั้นทำให้เรือลอยก็ได้จมเรือก็ได้ ก็หมายความว่าทำให้สุขภาพเราดีก็ได้หรือทำให้<br>
สุขภาพเสียก็ได้เช่นกัน น้ำเป็นยาวิเศษที่หาง่ายและราคาถูกมากปัญหามีอยู่ว่า&ldquo;เราจะ<br>
ใช้น้ำได้ถูกต้องถูกกาลเวลาไหม&rdquo;<br>
<br>
ลองปฏิบัติตามวิธีของผมดูบ้างถือเสียว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ท่านแล้วกันถ้า<br>
ปฏิบัติตามแล้วรู้สึกดีขึ้น ก็ขอให้ปฏิบัติกันต่อไปแต่ถ้ารู้สึกไม่เข้าท่า ไม่มีอะไรดี<br>
ขึ้น จะหันหาวิธีอื่นๆก็ไม่ว่ากัน<br>
<br>
ปริมาณน้ำที่ดื่มควรให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวอาศัยความสมดุลของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ<br>
ไม่ใช่ว่าน้ำหนัก 60 กิโลกรัมดื่มน้ำเข้าไป 3-4 ลิตร นั่นก็มากเกินไป น้ำเยอะไป ดินก็<br>
พังทลายเหมือนปัญหาน้ำท่วมที่ประเทศไทยประสบอยู่ในขณะนี้ ทั้งภูเขา สะพาน<br>
เขื่อนพังหมด เพราะน้ำมาก คิดดูสิครับขนาดสิ่งก่อสร้างที่แข็งแรงอย่างเขื่อนยัง<br>
พังทลายได้เพราะน้ำแล้วร่างกายคนเราล่ะ ก็ย่อมมีโอกาสพังได้เหมือนกัน<br>
<br>
สูตรการดื่มน้ำคือให้เอาน้ำหนักตัวของเรา เป็นกิโลกรัม คูณด้วย 2.2 เอาผลลัพธ์มาหาร<br>
ด้วย 2 แล้วคูณด้วย 30 ก็จะได้ปริมาณน้ำที่เราควรดื่มเป็นหน่วยมิลลิลิตรตัวอย่างเช่น<br>
น้ำหนัก 60 กิโลกรัม<br>
(60 X 2.2 X 30) / 2 = 1980 มิลลิลิตรหรือเท่ากับ 2 ลิตร<br>
<br>
1 ลิตรเท่ากับน้ำ 5 แก้วดังนั้นต้องดื่มน้ำประมาณ 10 แก้วต่อวัน<br>
<br>
ร่างกายคนเราประกอบด้วยน้ำเกือบ70 เปอร์เซ็นต์ ในเลือดประกอบด้วยน้ำ 90<br>
เปอร์เซ็นต์จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ มิฉะนั้นเลือดก็จะข้นจะหนืดการไหลเวียนก็จะไม่<br>
สะดวก อุดตันอยู่ในเส้นเลือด<br>
<br>
&ldquo;มีคนบอกว่าดื่มน้ำมากๆ ไตจะทำงานหนักจริงไหมหมอ&rdquo; คุณสมชายถามผมต่อ<br>
&ldquo;ไตกำหนดน้ำ&rdquo; ไตมีส่วนสัมพันธ์กับน้ำในร่างกาย เกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำปัสสาวะ<br>
และทำหน้าที่เหมือนเขื่อนคอยปิด-เปิด หรือคอยกักเก็บหรือปล่อยออกถ้าน้ำมากไปก็<br>
ล้นเขื่อนแล้วเขื่อนก็จะพัง น้ำน้อยไปเขื่อนก็จะแห้งผนังเขื่อนก็อาจแตกร้าวเพราะถูก<br>
แดดเผาดังนั้นเราต้องยึดหลักความสมดุลของธาตุทั้ง 4 เป็นหลัก<br>
และถ้าหากว่า&ldquo;ไต&rdquo; เสียสมดุลขึ้นมา ก็จะเกี่ยวพันไปถึงระบบสืบพันธุ์ทั้งระบบไม่ว่า<br>
ปัญหาที่เกิดกับมดลูก รังไข่อวัยวะเพศ และสมรรถภาพทางเพศก็จะรวนไปหมด อีกทั้ง<br>
ทำให้กระดูดบาง ผุ กร่อนได้ง่าย เพราะ&ldquo;ไต&rdquo; ที่คุมกระดูกนั้นพังไปแล้ว<br>
<br>
เพราะฉะนั้นเราจึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเราและดื่ม<br>
ให้ถูกต้องตามกาลเวลา ร่างกายท่านก็จะไม่มีปัญหาอีกแต่วิธีการดื่มน้ำที่<br>
ถูกต้องตามหลักธรรมชาติบำบัดยังไม่หมดเท่านี้ฉบับหน้าผมจะมาพูดต่อว่าควร<br>
ดื่มน้ำอะไรและจะดื่มให้ถูกกาลเวลาทำอย่างไรติดตามได้ในฉบับหน้าครับ<br>
ดื่มน้ำอะไรดี? ดื่มตอนไหน?<br>
<br>
คุณสมศรี หน้าตาแดง คอแห้ง ลิ้นเป็นฝ้าเหลือง เหงื่อออกมากทำอะไรนิดหน่อย<br>
ก็เหงื่อออก จุกแน่นลิ้นปี่ ลมแน่นท้อง เรอบ่อยพอนวดก็เรอออกแล้ว<br>
เธอเล่าให้ฟังว่า&ldquo;ฉันดื่มน้ำเยอะนะหมอ ตื่นเช้าก่อนแปรงฟันก็ 5 แก้วแล้ว กินข้าวก็ดื่ม<br>
น้ำ3-4 แก้ว ก่อนนอนก็ดื่มน้ำอีกเป็นลิตร รวมๆแล้ววันหนึ่ง 2 ลิตรกว่าน่าจะพอนะหมอ&rdquo;<br>
เธอบอกผม<br>
&ldquo;แล้วดื่มน้ำอะไรละน้ำเย็นใช่ไหม&rdquo; ผมถามดักคอไว้ก่อนเพราะดูจากรูปร่างลักษณะที่<br>
อ้วนฉุอย่างนี้น่าจะมาจากการชอบดื่มน้ำเย็นเป็นหลัก<br>
&ldquo;ต้องน้ำเย็นๆจึงจะดื่มได้ ดื่มแล้วจะรู้สึกเย็นคอ เย็นชื่นใจดี น้ำธรรมดามันไม่ชื่นใจถ้า<br>
แช่ช่องฟรีซให้เย็นเป็นวุ้นยิ่งสุดยอดยิ่งถ้าได้น้ำอัดลมสักขวดยิ่งดีใหญ่&rdquo;<br>
หลายท่านมีความเข้าใจว่า&ldquo;ดื่มน้ำได้พอเพียงแล้ว&rdquo; ร่างกายก็น่าจะดี แต่ทำไมยัง<br>
เจ็บป่วย ตัวร้อนขาดน้ำอีก แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปมันไปไหนหมด ถึงขาดน้ำได้<br>
ฉบับที่แล้วผมได้ยกตัวอย่างคนที่น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัมเมื่อคำนวณปริมาณน้ำที่ควร<br>
ดื่มแล้ว ควรดื่มน้ำ 2 ลิตรต่อวัน ซึ่งเท่ากับ10 แก้ว แต่ 10 แก้วที่ว่านี้ไม่ใช่ดื่มทีเดียว<br>
หมด ควรแบ่งดื่มทั้งวัน<br>
<br>
โดยตอนเช้าดื่มก่อนแปรงฟันได้ก็ดี ดื่มสัก2-5 แก้วเพื่อเป็นการชำระของเสีย<br>
ออกจากร่างกาย โดยการเอาอุจจาระ ปัสสาวะออก<br>
<br>
เหตุที่ให้ดื่มน้ำก่อนแปรงฟันนั้นก็เพื่อให้การดื่มน้ำเว้นระยะเวลา จากการทานอาหารเช้า<br>
ให้มากๆจะทำให้อาหารได้ย่อยเสียก่อน จะได้อุจจาระหรือปัสสาวะก่อนที่จะออกไป<br>
ทำงานถ้าไม่รีบๆดื่มน้ำเสียก่อน เดี๋ยวก็ต้องแวะถ่ายกลางทางคงไม่สนุกแน่ถ้าเป็น<br>
เช่นนั้นยิ่งถ้าใครอั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ยิ่งแย่ไปกันใหญ่<br>
<br>
ถ้าเราแปรงฟันก่อนดื่มน้ำก็อาจจะเลยเถิดทำธุระอย่างอื่น อาบน้ำอาบท่า แต่งตัวเตรียม<br>
ไปทำงานแล้วจนอาจจะลืมดื่มน้ำ ทีนี้จะดื่มมากๆไม่ได้แล้วก็จะไม่มีน้ำที่จะขับของเสีย<br>
ออกจากร่างกาย ของเสียก็ถูกดูดซืมเข้าไปใหม่<br>
<br>
น้ำส่วนที่เหลือก็ทยอยดื่มบ่อยๆ ครั้งละ 2-3 อึกหรือไม่เกินครึ่งแก้วต่อครั้งอย่ารอให้หิว<br>
แล้วค่อยดื่ม และอย่าดื่มครั้งละมากๆ เป็นแก้วหรือเป็นขวดเพราะน้ำจะไหลลงอย่าง<br>
รวดเร็ว ลำไส้ดูดซึมไม่ทันแถมไตยังต้องทำงานหนักในการขับน้ำออกเป็นปัสสาวะถ้า<br>
ไตทำงานหนักก็อาจจะเสื่อมได้ แถมจะทำให้ร่างกายขาดน้ำอีก<br>
15 นาทีก่อนรับประทานอาหาร ระหว่างรับประทานอาหารหลังรับประทานอาหารหรืออิ่ม<br>
ใหม่ๆ อย่าดื่มน้ำมากนัก ควรดื่มไม่เกิน 1 แก้วเพื่อมิให้น้ำนั้นเข้าไปดับ &ldquo;ไฟสำหรับย่อย<br>
อาหาร&rdquo; ที่อยู่ในกระเพาะ ทานเสร็จแล้ว 40 นาที จึงค่อยดื่มน้ำต่อไปและน้ำที่ดื่มก็ไม่<br>
ควรดื่มน้ำเย็น<br>
<br>
ผู้ป่วยมากมายที่ป่วยเพราะดื่มน้ำมากช่วงรับประทานอาหารอาหารก็ไม่ย่อย น้ำหนักก็<br>
เพิ่ม อึดอัด แน่นท้อง เรอ ปวดศีรษะ ไมเกรนและอีกมากมายหลายโรคที่เป็นสาเหตุมา<br>
จากอาหารไม่ย่อยโดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะคาดไม่ถึงว่า&ldquo;การดื่มน้ำมากๆ ช่วง<br>
รับประทานอาหารจะทำให้เขาป่วยได้&rdquo; เหมือนเส้นผมบังภูเขา เป็นเรื่องธรรมชาติที่<br>
เรามองข้ามกันไป<br>
<br>
และมีหลายท่านถามว่า&ldquo;ดื่มน้ำต้มสุกดีไหม&rdquo; น้ำต้มสุกเป็นน้ำที่ตายแล้ว แร่ธาตุก็พา<br>
กันตกตะกอนหมด เลี้ยงปลา ปลาก็ตายเพราะขาดสารอาหาร ดื่มน้ำที่กรองแล้วก็พอ<br>
หรือถ้าให้ดีขึ้นดื่มน้ำอุ่นก็จะดีมากเพราะอุณหภูมิจะใกล้เคียงกับอุณหภูมิ ของร่างกาย<br>
คนเราทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำได้ดี<br>
<br>
ช่วงก่อนนอนเป็นอีกช่วงที่ไม่ควรดื่มน้ำมากนัก เพราะเวลานี้ไตต้องการพักผ่อนให้เขา<br>
ได้พักผ่อนบ้าง การดื่มน้ำก่อนนอนมากๆแล้วต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกนั้นคงไม่<br>
ถูกต้องแน่ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดีดื่มน้ำพอประมาณเพื่อไม่ให้เราต้องลุกขึ้นมา<br>
ปัสสาวะ<br>
<br>
หลายท่านดื่มน้ำปริมาณพอเพียงแต่ดื่มตอนเช้า 5 แก้ว เย็น 5 แก้ว รวมแล้ว 2 ลิตร<br>
พอดี บอกว่า&ldquo;ไม่ค่อยมีเวลาดื่มน้ำ เลยดื่มทีเดียวให้หมดภาระไปเลยจะได้ไม่เสียเวลา<br>
ทำมาหากิน&rdquo;<br>
<br>
ผลก็คือท่านนั้นเลือดข้นหนืด เข้าไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อเส้นเอ็นไม่ได้จึงมี<br>
อาการกล้ามเนื้อแข็งตึงไปหมด ก้าวขาแทบจะไม่ออกหลังเหมือนแผ่นกระดาน<br>
กดนวดไม่ลง หมอนวดเจอแล้วแทบวิ่งหนี (ถ้าหนีได้) นวดท่านนี้ท่านเดียวก็หมด<br>
แรงแล้ว กดเท่าไรก็เข้าไม่ถึงเส้นสุดท้ายกลายเป็นหมอนวดเดี้ยงเสียเองอย่า<br>
ทรมาณหมอนวดอย่างนี้เลยนะครับสงสารพรรคพวกผมบ้าง<br>
<a href="http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.fs.fed.us/r2/mbr/local-resources/images/ikons/Drinking_Water%255B1%255D.gif&amp;imgrefurl=http://www.fs.fed.us/r2/mbr/recreation/camping/hahnspeak/waltoncreek.shtml&amp;h=300&amp;w=300&amp;sz=17&amp;hl=th&amp;start=13&amp;um=1&amp;tbnid=XMIQVx8on6DNHM:&amp;tbnh=116&amp;tbnw=116&amp;prev=/images%3Fq%3Ddrinking%2Bwater%26um%3D1%26hl%3Dth%26rlz%3D1T5GGLL_enTH280TH280%26sa%3DG"></a>
</p>
</description>
</item>

<item>
<title>ต่อพระพักตร์ </title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=354</link>
<description><div id="ygrp-text">
<p>
<font face="Cordia New" size="5">by......Yuki<br>
ผมไม่ได้อธิษฐานขอให้คุณพ้นจากความปวดร้าว&nbsp; แต่ทูลขอพระเจ้าอย่างร้อนรนให้พระองค์ทรงประทาน<strong><font color="#008000">เรี่ยวแรง</font></strong>และ<strong><font color="#008000">ความอดทน</font></strong>ให้แก่คุณ&nbsp; <strong><font color="#008000">เพื่อคุณจะทนได้ตราบเท่าที่พระองค์ทรงพอพระทัย </font></strong>&nbsp;จงหา<strong><font color="#008000">ความประเล้าประโลมใจในพระองค์ผู้กำลังผูกคุณไว้กับไม้กางเขน</font></strong>&nbsp; พระองค์จะทรงปลดปล่อยคุณเมื่อเห็นว่าสมควรแล้ว&nbsp; ผู้ที่ทนทุกข์ด้วยกันกับพระองค์ก็เป็นสุข&nbsp; จงทำตัวให้ชินกับการทนทุกข์เช่นนี้&nbsp; และขอให้พระองค์ทรงประทานเรี่ยวแรงมากเท่าที่จะสู้ทนได้&nbsp; และนานเท่าที่พระองค์ทรงเห็นว่าจำเป็นสำหรับคุณ</font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New"><font size="5"><strong><font color="#008000">ชาวโลก</font></strong>ไม่เข้าใจความจริงเหล่านี้&nbsp; ซึ่งไม่แปลกประหลาดเลย&nbsp; เพราะพวกเขา<strong><font color="#008000">ทนทุกข์ในแบบชาวโลก</font></strong>ซึ่งไม่เหมือนคริสเตียน&nbsp; พวกเขามองโรคภัยไข้เจ็บว่าเป็น<strong><font color="#008000">ความเจ็บป่วยตามธรรมชาติ</font></strong>&nbsp; มิใช่พระพรที่มาจากพระเจ้า&nbsp; และเมื่อมีทัศนะเช่นนั้น&nbsp; เขาก็ไม่พบอะไรในมันนอกจากความ<strong><font color="#008000">เศร้าสลดและทุกข์ใจ </font></strong>&nbsp; แต่เหล่า<strong><font color="#008000">คนที่ถือว่าโรคภัยไข้เจ็บมาจากพระหัตถ์ของพระเจ้า</font></strong>&nbsp; คือ เกิดมาจาก<strong><font color="#008000">พระเมตตาของพระองค์</font></strong>&nbsp; และเป็นวิถีทางที่พระองค์ทรงใช้เพื่อนำพวกเขาไปสู่ความรอด&nbsp; คนเช่นนี้มักจะพบ<strong><font color="#008000">ความอ่อนหวานและการประเล้าประโลมใจ</font></strong></font></font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5">ผมใคร่ให้คุณยอมเชื่อว่า&nbsp; ในแง่หนึ่ง <strong><font color="#008000">พระเจ้ามักทรงอยู่ใกล้เรา และสถิตอยู่กับเราอย่างแท้จริงในยามเจ็บป่วยมากยิ่งกว่ายามสุขสบาย</font></strong>&nbsp; อย่าพึ่งพาแพทย์คนอื่นนัก เพราะตามความเข้าใจของผม&nbsp; พระองค์ทรงสงวนสิทธิ์ในการรักษาคุณให้หายไว้กับพระองค์เอง&nbsp; ฉะนั้น&nbsp; <strong><font color="#008000">จงให้ความไว้วางใจทั้งหมดอยู่ที่พระองค์</font></strong>&nbsp; และไม่นานคุณจะเห็นผลด้วยการหายเป็นปกติดี&nbsp; ซึ่งบ่อยครั้งเราทำให้เกิดขึ้นล่าช้ากว่าที่ควร โดยการวางใจแพทย์มากกว่าพระเจ้า</font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New"><font size="5"><strong><font color="#008000">ไม่ว่าจะใช้วิธีการบำบัดรักษาอย่างไร&nbsp; จะได้ผลก็ต่อเมื่อพระองค์ทรงอนุญาตเท่านั้น </font></strong>&nbsp;เมื่อความปวดร้าวมาจากพระเจ้า&nbsp; พระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่ทรงสามารถรักษาให้หายได้&nbsp; บ่อยครั้งที่พระองค์ส่ง<strong><font color="#008000">ความเจ็บป่วยทางร่างกาย</font></strong>มาเพื่อรักษา<strong><font color="#008000">ความเจ็บป่วยทางจิตใจ </font></strong>&nbsp;จงหาการประเล้าประโลมจาก<strong><font color="#008000">แพทย์ผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดทั้งทางฝ่ายร่างกายและจิตใจ</font></strong></font></font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New"><font size="5"><strong><font color="#008000">จงพอใจกับสภาพที่พระเจ้าทรงตั้งคุณไว้ </font></strong>&nbsp;แม้คุณอาจคิดว่าผมมีความสุขมาก&nbsp; ผมก็ยังอดอิจฉาคุณไม่ได้&nbsp; สำหรับ<strong><font color="#008000">ความเจ็บป่วยและการทนทุกข์</font></strong>เป็นเหมือน<strong><font color="#008000">เมืองบรมสุขเกษม</font></strong>&nbsp; เมื่อผมสู้ทนโดยมีพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย&nbsp; และ<strong><font color="#008000">ความสนุกสนานหรือความร่าเริง</font></strong>มากมายที่สุดจะ<strong><font color="#008000">กลายเป็นนรก</font></strong> ถ้าผมรื่นเริงในสิ่งเหล่านี้<strong><font color="#008000">โดยปราศจากพระเจ้า </font></strong>&nbsp;ผมคงมีความสุขอย่างแท้จริงถ้าจะต้องทนทุกข์บ้างเพื่อพระองค์</font></font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5">อีกไม่นานผมก็ต้องไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว&nbsp; สิ่งที่เล้าโลมใจผมในชีวิตนี้ คือ การที่เดี๋ยวนี้ผมสามารถ<strong><font color="#008000">เห็นพระองค์โดยความเชื่อ </font></strong>&nbsp;และผมเห็นพระองค์อย่างแจ่มแจ้งในท่วงทำนองที่บางครั้งอาจทำให้ผมพูดว่า&nbsp; ต่อไปผมไม่ต้องใช้ความเชื่ออีก&nbsp; เพราะผมกำลังเห็นแล้ว&nbsp; ผมสัมผัสกับสิ่งที่ผมได้เรียนรู้โดยความเชื่อแล้ว และด้วยความมั่นใจนั้นกับความเชื่อนั้น&nbsp; ผมจะอยู่และจะตายด้วยกันกับพระองค์</font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5">ฉะนั้น <strong><font color="#008000">จงหมั่นดำเนินกับพระเจ้าต่อไป&nbsp; การทำเช่นนี้เป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนและปลอบประโลมใจคุณในยามที่คุณเจ็บป่วย</font></strong>&nbsp; ผมจะอ้อนวอนขอให้พระองค์ทรงสถิตอยู่กับคุณ</font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5">ขอแสดงความนับถือ ...</font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5">ในองค์พระผู้เป็นเจ้า ...</font> 
</p>
<br>
<strong>
<p>
<font face="Cordia New" size="5" color="#008000">Nicholas Herman of Lorraine (Brother Lawrence)</font> 
</p>
<p>
<font color="#008000"><font face="Cordia New"><font size="5">จากหนังสือ ต่อพระพักตร์ (The Practice of The Presence of God)</font></font></font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5" color="#008000">แปลโดย พ.ญ. เออร์ซูลา โลเวนธอล</font> 
</p>
<p>
<font face="Cordia New" size="5" color="#008000">สำนักพิมพ์ กนกบรรณสาร</font> 
</p>
</strong><br>
</div>
</description>
</item>

<item>
<title>ประโยชน์ของพริกป่น</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=353</link>
<description>By......Yuki<br>
เรารับประทานพริกป่นเป็นอาหารหลักกันมานมนาน คุณเคยรู้เกี่ยวกับ<br>
&nbsp;ประโยชน์ของพริกป่นบ้างไหมคะ...<br>
<br>
&nbsp;การค้นพบนี้ต่างประเทศเขาตื่นเต้นกันยกใหญ่ เสียแต่เขามีข้อจำกัดที่แพ้รส<br>
&nbsp;เผ็ดร้อนของพริกกัน ซึ่งเทียบกับเราแล้วถือว่าได้เปรียบมาก<br>
&nbsp;<br>
&nbsp;<br>
1. ในพริกป่นมีทั้งรสและกลิ่นเผ็ดร้อนที่ช่วยให้เกิดอาการตื่นตัว<br>
&nbsp;ซึ่งส่วนประกอบในพริกที่ทำเรารู้สึก&nbsp; อย่างนั้นก็คือ capsaicin<br>
&nbsp;<br>
&nbsp;<br>
2. มีการศึกษาพบว่า capsaicin ในพริกมีความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็ง<br>
&nbsp;โดยไม่ทำลาย เซลล์ดีภายในร่างกาย ซึ่งอีกไม่นานจะมีการแนะนำให้ใช้<br>
&nbsp;capsaicin ในการรักษามะเร็ง นับเป็นการบำบัดแบบใหม่ที่มีทิศทางที่ดีในอนาคต<br>
&nbsp;<br>
&nbsp;<br>
3. พริกป่นมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ของกล้ามเนื้อหลังได้ดี<br>
&nbsp;คุณสามารถบำบัดอาการปวด เมื่อย ได้ที่บ้านด้วยการใช้พริกป่นใส่ลงในอาหารที่รับประทาน<br>
&nbsp;<br>
<br>
4. พริกป่นช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติหลังจากมื้ออาหารที่คุณตัดลดคาร์โบไฮเดรตลงไป<br>
&nbsp;เพราะฉะนั้นจึงมีการศึกษาเพื่อจะใช้พริกป่นมาช่วยในการบำบัดรักษาโรคอ้วนอยู่ในขณะนี้<br>
&nbsp;<br>
&nbsp;<br>
5. ส่วนผสมอันดับหนึ่งที่ช่วยในการทำความสะอาด หรือดีท็อกซ์ร่างกายก็คือพริกป่น เพราะในพริกป่นมีสารที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการทำความสะอาดร่างกายด้วยตัวเอง ทั้งยังช่วยยับยั้งเมือกที่จับอยู่ภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย<br>
<br>
อย่างนี้ต้องหาอาหารแซ่บด้วยพริกป่น มารับประทาน กันแล้วละค่ะ...<br>
</description>
</item>

<item>
<title>10ผลไม้ไทยมีสารต้านมะเร็งสูง</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=352</link>
<description><div align="left">
<p>
<font size="3"><font size="2">By.....Yuki<br>
ข้อมูลจากกรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย</font><font size="2"> <br>
&ldquo;องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้&rdquo; ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูง&nbsp;&nbsp; </font><font size="2">คือ</font> </font><br>
</p>
<strong><font size="3">&nbsp;&nbsp;&nbsp;<font size="2">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;</font><font size="2">1. &nbsp;&nbsp;&nbsp; </font><font size="2">มะม่วงน้ำดอกไม้สุก</font> </font></strong><strong><br>
<font size="3">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะเขือเทศราชินี <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะละกอสุก <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4. &nbsp;&nbsp;&nbsp; กล้วยไข่ <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 5. &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะม่วงยายกล่ำ <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 6. &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะปรางหวาน <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 7. &nbsp;&nbsp;&nbsp; แคนตาลูปเนื้อเหลือง <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 8. &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะยงชิด <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 9. &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะม่วงเขียวเสวยสุก <br>
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 10. &nbsp; สับปะรดภูเก็ต <br>
<br>
</font></strong><font size="3">ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม</font><font size="3">&nbsp;</font><font size="3">&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong><u><font size="4">ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย</font> </u></strong></font><font size="3">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แก้วมังกร มะขามเทศ มังคุด ลิ้นจี่ และสาลี่ เป็นต้น </font><font size="3">&nbsp;</font><font size="3">&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<font size="4"> </font><strong><u><font size="4">ส่วน </font></u></strong><strong><u><font size="4">10 </font><font size="4">อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง คือ</font> </u></strong></font><font size="3">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ฝรั่งกลมสาลี่ ฝรั่งไร้เมล็ด มะขามป้อม มะขามเทศ เงาะโรงเรียน ลูกพลับ </font><font size="3">สตรอเบอร์รี่ มะละกอสุก ส้มโอขาว แตงกวา และพุทราแอปเปิล </font><u><font size="3">&nbsp;</font></u><font size="3">&middot;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong><u>การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง </u></strong><strong><u>10 อันดับแรกคือ </u></strong></font><font size="3">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขนุนหนัง มะขามเทศ มะม่วงเขียวเสวยดิบ มะเขือเทศราชินี มะม่วงเขียวเสวยสุก &nbsp;&nbsp;&nbsp; มะม่วงน้ำดอกไม้สุก มะม่วงยายกล่ำสุก แก้วมังกรเนื้อสีชมพู สตรอเบอร์รี่ และ กล้วยไข่ </font><br>
<br>
<font size="3">ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอี<u>น้อยทั้ง </u><u>3 ตัว</u> คือ <u>สาลี่ องุ่น และแอปเปิล </u></font><font size="3">ส่วนผลไม้ที่มี<u>สารทั้ง </u><u>3 ตัว ค่อนข้างสูง</u>คือ <br>
มะเขือเทศราชินี </font><br>
<br>
<font size="3">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ <u>เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ</u>ที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน</font> 
</div>
</description>
</item>

<item>
<title>หีบสมบัติของพระเจ้า</title>
<link>http://www.thailandyfc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=351</link>
<description><font size="3">&lt;p&gt;สวัสดีครับพี่น้องในองค์พระเยซูคริสตืเจ้าทุกคน&lt;br&gt;&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คุณเคยอยากเป็นนักล่าสมบัติหรือเปล่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คุณเคยดูสารคดีเรืองการหาสมบัติจากใต้ท้องทะเลหรือเปล่า&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และหากคุณค้นพบหีบสมบัติลำค่าใบหนึ่ง&nbsp; แต่ไม่สามารถเปิดหีบสมบัติได้คุณจะรู้สึกอย่าไร&lt;br&gt;&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อก่อนนี้ตอนที่ผมเพิ่งรับเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ใหม่ๆ ผมก็เป็นเหมือนนักล่าสมบัติที่แสวงหาพระเจ้าเหมือนกับแสวงหาหีบสมบัตินั้นเอง คืออยากจะได้รู้จักพระเจ้า ซึ่งในตอนแรกก็มีความกระตือรือร้นฝ่ายวิญญาณดีอยู่ คือไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ ไม่เคยขาด และรู้สึกดีที่มีคนอื่นเรียกเราว่าเป้นคริสเตียน แต่เมื่อผมได้ค้นพบพระเยซูคริสต์ในชีวิตแล้ว ผมก็มีชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ไม่เติบโตในพระเยซูคริสต์เลย&nbsp; คือเป็นคริสเตียนแต่โดยนาม ( ขึ้นชื่อแต่ว่าเป้นคริสเตียนเท่านั้น ) และทั้งๆที่มีหีบสมบัติลำค่าคือพระภีร์อยู่ในมือ ผมก็ไม่เคยที่อ่านหรือศึกษาพระวจนะของพระเจ้าเลย เปรียบเหมือนผมมีหีบสมบัตลำค่าแต่ไม่สามารถเปิดมันได้ ดังนั้นจึงเหมือนมีหีบหีบสมบัติลำค่าที่ไม่มีประโยขน์อะไรเลย&lt;br&gt;&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พี่น้องคริสเตียนส่วนใหญ่นั้น มีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านพระคัมภีร์อย่างมาก ด้วยเพราะมักละเลยไม่อ่านพระคัมภีร์ ซึ้งเป็นเหตุให้มีชีวิตที่ขาดการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับพระเจ้าไปอย่างน่าเสียดาย ด้วยเพราะเขาปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้นำพระทัยของพระเจ้า ผ่านทางพระคัมภีร์ ชีวิตคริสเตียนของพวกเขาจึงไม่เติบโต เพราะจิตวิญญาณอ่อนแอขาดการบำรุงเลี้ยงจากพระคำของพระเจ้า ชีวิตในการติดตามองค์พระเยซูคริสต์ในมรรคาของพระองค์ จึงไม่มั่นคงและเข้มแข็ง และยามใด เมื่อถูกมรสุมแห่งปัญหาชีวิตรุมเร้าขึ้น&nbsp; หลายคนจึงต้องล้มลงอย่างท้อแท้&nbsp; สิ้นหวัง&nbsp; และไร้เรียวแรงลุกขึ้นมาใหม่ และยอมพ่ายแพ้ให้กับอุปสรรค์แห่งโลกไปอย่างขมขืน ชีวิตจึงเหมือนตกอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง&nbsp; แต่กษัตริย์ดาวิดเป้นตัวอย่างที่ดี&nbsp; ในการแสวงหาพระวจนะของพระเจ้า&nbsp; เพื่อเป้นแสงส่ว่างในการชี้นำชีวิต ด้วยเขียนไว้ในพระธรรมสดุดีว่า : พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์&nbsp; และเป้นความสว่างของมรรคาของข้าพระองค์ : ( สด.199:105 ) เพราะกษัตริย์ดาวิดใคร่ครวญในพระคำของพระเจ้าเสมอ&nbsp; ท่านจึงย่างเท้าอย่างมั่นคงอยู่ในพระดำรัสของพระเจ้าและมรรคาของพระเจ้าได้อย่าถูกต้องและมั่นใจ และมีความสว่างในหนทางของชีวิต&lt;br&gt;&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พี่น้องครับ&nbsp; คุณเป็นคนหนึ่งที่อ่านพระคัมภีร์อย่างสมำเสมอหรือเปล่า เพราะพระคัมภีร์เป้นอีกหนทางหนึ่งที่พระเจ้าจะทรงตรัสกับคุณผ่านทางพระคำแห่งชีวิต&nbsp; กฏเกณฑ์แห่งพระบัญญัติที่พระองค์ทรงดำริไว้ในพระคำภีร์&nbsp; เป็นวีถีแห่งชีวิตนิรันดร์ที่ชอบธรรมและดีงามอย่างยิ่ง&nbsp; ซึ่งคุณทุกคนควรเรียนรู้ด้วยใคร่ครวญในยึดมั่นไว้ในใจ&nbsp; เพราะพระวจนะของพระเจ้าเป็นอาวุธอันแข็งแกร่งที่เราจะใช้ในการต่อสู้กับกความผิดบาปและมารซาตาน เพราะถ้าหากคุณอ่านพระวจนะของพระเจ้าอย่างสมำเสมอ&nbsp; คุณก็จะรู้เท่าทันเลห์กลของบาป&nbsp; ไม่ถูกบาปล่อลวงได้ง่ายๆ&nbsp; กษัตริย์ดาวิด&nbsp; คือข้อพิสูจน์ที่ดีต่อความจริงในเรื่องนี้&nbsp; ด้วยกล่าวไว่ในพระธรรมสดุดีว่า : ข้าพระองค์สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์&nbsp; เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์ : ( สด. 199:11 ) เพราะกษัตริย์ดาวิดสะสมพระวจนะของพระเจ้าไว้ในใจอยู่เสมอ ท่านจึงมีความรู้อย่างครบทวน และ รอบครอบ ในการที่จะกระทำตามนำพระทัยของพระเจ้าได้โดยไม่กระทำความผิดบาป&lt;br&gt;&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp; วันนี้คุณอ่านพระคัมภีร์แล้วหรือยัง&nbsp; เพราะพระคัมภีร์คือหีบสมบัติที่พระเจ้าได้ทรงประทานไว้ให้กับคุณทุกคน&nbsp; ขุมทรัพย์แห่งพระคำอันลำค่าในพระคัมภีร์&nbsp; จะช่วยเติมเต็มชีวิตของคุณให้บริบูรณ์ด้วยพระพรของพระเจ้า&nbsp; คุณจะไม่มีวันอับจนเลย&nbsp; เมื่อมีพระวจนะของพระเจ้าสะสมไว้ในหัวใจ&nbsp; เพราะพระวจนะของพระเจ้าเป็นสมบัติลำค่าที่สุดเท่าที่โลกมี&nbsp; ดังที่กษัตริย์ดาวิดกล่าวไว้ว่า : สำหรับข้าพระองค์&nbsp; พระธรรมแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์&nbsp; ก็ดีกว่าทองคำและเงินพันๆแท่ง : ( สด. 119:72 ) &lt;br&gt;&nbsp;&nbsp; วันนี้คุณอย่าปล่อยพระคัมภีร์ทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับเสียเปล่า&nbsp; จงแบ่งเวลาในแต่ละวันให้กับการอ่านพระคัมภีร์อย่างสมำเสมอ&nbsp; และจงใครครวญพระคำของพระเจ้าอย่างจริงจัง&nbsp; และนำเอามาปฏิบัติให้เกิดผลในชีวิตฝ่ายวิญญาณ&nbsp; อย่าให้พระคัมภีร์เป้นเพียงหีบสมบัติไร้ค่าที่คุณไม่เคยเปิดออกดูเลย&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp; และสำรหรับผมแล้ว ผมยังคงเปิดๆปิดๆหีบสมบัติลำค่านี้อยู่เสมอ&lt;br&gt;&nbsp; &lt;br&gt;&nbsp;&nbsp; ขอให้ฤทธิ์เดชแห่งพระคำของพระเจ้าสำแดงผลในชีวิตของคุณทุกคน&lt;br&gt;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปิยะฤทธิ์&nbsp; พลายมณี &lt;/p&gt;</font>
</description>
</item>

</channel>
</rss>